ขายของออนไลน์ เริ่มต้นจากช่องทางไหนดีที่สุด

by admin

ในยุคดิจิทัลที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวัน การเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้เสริมหรือพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว ข้อดีของการขายของออนไลน์คือความยืดหยุ่น การใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการเปิดหน้าร้านแบบดั้งเดิม และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไร้ขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์ ทว่าสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สมรภูมินี้ คำถามแรกที่สร้างความปวดหัวมากที่สุดมักหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า จะเริ่มต้นจากช่องทางไหนดีที่สุด เพราะในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายที่เปิดโอกาสให้เรานำสินค้าไปวางจำหน่าย ซึ่งแต่ละช่องทางต่างก็มีพฤติกรรมผู้ใช้งาน กลุ่มเป้าหมาย ระบบการจัดการ และโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับตัวสินค้าและงบประมาณตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงในการขาดทุน

เจาะลึกสามช่องทางหลักสำหรับสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ

เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นต้องแยกแยะและทำความเข้าใจลักษณะเด่นรวมถึงข้อจำกัดของช่องทางขายของออนไลน์หลักๆ ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ดังนี้

1 แพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ หรือ มาร์เก็ตเพลส

มาร์เก็ตเพลสชั้นนำอย่างช้อปปี้และลาซาด้า เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนหมุนเวียนเข้ามาเดินเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนล้านๆ คนต่อวัน ช่องทางนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น

  • ข้อดี มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่พร้อมจะซื้อสินค้าอยู่แล้ว มีระบบชำระเงินที่น่าเชื่อถือ มีการจัดการระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกับบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำอย่างเป็นระบบ และมีแคมเปญใหญ่ประจำเดือนที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมหาศาล

  • ข้อจำกัด มีการแข่งขันทางด้านราคาสูงมากเนื่องจากลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากหลายๆ ร้านได้ในทันที และมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน รวมถึงค่าบริการระบบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิของร้านค้า

2 โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือ การค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์

แพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ได้เปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่พูดคุยสื่อสารมาเป็นช่องทางขายสินค้าที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรูปแบบการขายผ่านการไลฟ์สดและการสร้างคอนเทนต์วิดีโอสั้น

  • ข้อดี สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีและโต้ตอบกับลูกค้าได้โดยตรง มีเครื่องมือในการยิงโฆษณาที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจงได้อย่างแม่นยำ และระบบอย่างติ๊กต็อกช็อปยังช่วยให้เกิดการซื้อขายแบบจบในแอปพลิเคชันเดียวผ่านระบบตะกร้าสินค้า

  • ข้อจำกัด อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจส่งผลให้การมองเห็นของร้านค้าลดลงอย่างกะทันหัน ร้านค้าต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อดึงดูดความสนใจ และต้องใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเพจหรือบัญชีผู้ใช้ในช่วงเริ่มต้น

3 การเปิดเว็บไซต์ร้านค้าเป็นของตัวเอง

การใช้เครื่องมือสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปอย่างช็อปปิฟาย หรือวูคอมเมิร์ซ เป็นการสร้างบ้านของตัวเองบนโลกออนไลน์โดยไม่พึ่งพาแพลตฟอร์มอื่น

  • ข้อดี ร้านค้ามีความเป็นอิสระร้อยเปอร์เซ็นต์ในการออกแบบและกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการขายต่อชิ้นในอัตราที่สูงเหมือนมาร์เก็ตเพลส สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเพื่อนำไปทำการตลาดซ้ำได้อย่างลึกซึ้ง และช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล

  • ข้อจำกัด ต้องใช้เงินลงทุนและมีความรู้ทางเทคนิคเบื้องต้นในการวางระบบช่วงแรก และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีทราฟฟิกหรือผู้เยี่ยมชมเข้ามาเอง ร้านค้าต้องทำการตลาดและยิงโฆษณาผ่านกูเกิลหรือช่องทางอื่นเพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์ด้วยตนเอง

กลยุทธ์การเลือกช่องทางให้สอดคล้องกับประเภทสินค้า

ไม่มีช่องทางใดที่ดีที่สุดสำหรับสินค้าทุกประเภท การเลือกช่องทางที่ใช่ต้องพิจารณาจากธรรมชาติของสินค้าที่คุณต้องการนำมาจำหน่ายเป็นหลัก

สินค้าแฟชั่น บิวตี้ และสินค้าตามกระแส

สินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือของใช้ไอเดียเก๋ๆ เป็นสินค้าที่เน้นการใช้อารมณ์และความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อมากกว่าเหตุผล ช่องทางที่เหมาะสมที่สุดคือ โซเชียลคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะอินสตาแกรมและติ๊กต็อก การรีวิวสินค้าผ่านวิดีโอสั้นหรือการแต่งตัวให้ดูเป็นตัวอย่างจะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

สินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ในบ้าน และสินค้าไอที

สินค้าที่ผู้บริโภคมีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่แล้วและมักจะซื้อซ้ำ เช่น ผงซักฟอก ทิชชู สายชาร์จโทรศัพท์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ลูกค้ามักเริ่มต้นด้วยการพิมพ์ค้นหาชื่อสินค้าเพื่อเปรียบเทียบราคาและอ่านรีวิว ช่องทางที่ตอบโจทย์ที่สุดจึงเป็น มาร์เก็ตเพลส เพราะระบบการค้นหาและรีวิวของแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาเพื่อพฤติกรรมการซื้อรูปแบบนี้โดยเฉพาะ

สินค้าสั่งทำพิเศษ สินค้าราคาสูง หรือสินค้าเฉพาะกลุ่ม

หากคุณขายสินค้าแฮนด์เมด เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ หรือสินค้าที่มีมูลค่าสูงซึ่งต้องการการให้ข้อมูลและคำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจซื้อ การเริ่มต้นด้วย เฟอร์นิเจอร์หน้าร้านบนเว็บของตัวเอง ควบคู่กับการใช้ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคานท์ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยเพื่อปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนการเริ่มต้นและข้อควรระวังสำหรับแม่ค้าพ่อค้ามือใหม่

เมื่อเลือกช่องทางหลักได้แล้ว การเริ่มต้นอย่างมีทิศทางจะช่วยลดความสับสนและป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • เริ่มต้นจากช่องทางเดียวให้เชี่ยวชาญก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนเปิดร้านในทุกแพลตฟอร์มพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดความสับสนในการจัดการสต็อกสินค้าและการตอบแชทลูกค้า ให้เลือกช่องทางที่คิดว่าใช่ที่สุดเพียงช่องทางเดียว เรียนรู้ระบบและสร้างยอดขายให้คงที่ก่อนขยายไปช่องทางอื่น

  • คำนวณต้นทุนแฝงของแต่ละแพลตฟอร์มให้ดี หลายคนตกม้าตายเพราะตั้งราคาโดยลืมคำนวณค่าธรรมเนียมการขาย ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน และค่าบรรจุภัณฑ์ ทำให้เมื่อสรุปยอดปลายเดือนแล้วพบว่าขาดทุนทั้งที่ยอดขายดี

  • ให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายและการรีวิว ในโลกออนไลน์ รีวิวในเชิงบวกจากลูกค้าคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุด การตอบแชทที่รวดเร็ว การแพ็กสินค้าอย่างแน่นหนา และการจัดส่งที่ตรงเวลาจะช่วยสร้างคะแนนร้านค้าที่ดีและดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามาซื้อตามอย่างต่อเนื่อง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเริ่มต้นขายของออนไลน์

การเปิดร้านค้าในมาร์เก็ตเพลสจำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่แรกหรือไม่

ตามกฎหมายแล้ว ผู้ที่ทำการค้าขายออนไลน์ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด หากมีรายได้อย่างต่อเนื่องมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ แม้ในช่วงเริ่มต้นแพลตฟอร์มอาจจะยังไม่ได้บังคับส่งเอกสารในทันที แต่การจดทะเบียนให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า และป้องกันปัญหาทางกฎหมายรวมถึงเรื่องภาษีในระยะยาว

ค่าธรรมเนียมของช้อปปี้และลาซาด้าคิดคำนวณอย่างไร และมีผลต่อการตั้งราคาอย่างไร

ทั้งสองแพลตฟอร์มมีการคิดค่าธรรมเนียมหลักสามส่วน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าบริการระบบเมื่อเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีหรือแจกโค้ดส่วนลด โดยยอดรวมของค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจสูงถึงร้อยละสิบถึงสิบห้าของราคาสินค้า ดังนั้นในการตั้งราคาสินค้า คุณต้องนำเปอร์เซ็นต์เหล่านี้ไปบวกเพิ่มเข้าไปในโครงสร้างต้นทุนก่อนที่จะกำหนดราคาขายสุทธิหน้าร้านเพื่อไม่ให้กระทบกำไรที่ควรจะได้

หากไม่มีทุนในการสต็อกสินค้าเลย มีรูปแบบการขายของออนไลน์ประเภทใดที่สามารถทำได้บ้าง

คุณสามารถเริ่มต้นด้วยระบบตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ต้องสต็อกสินค้า หรือที่เรียกว่าดรอปชิป โดยคุณทำหน้าที่เป็นผู้ทำการตลาดและหาลูกค้าเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา คุณจึงส่งข้อมูลและยอดเงินให้โรงงานหรือร้านค้าส่งรายใหญ่เป็นผู้จัดส่งสินค้าในนามของคุณ หรืออีกหนึ่งวิธีคือการทำระบบนายหน้าออนไลน์ หรือแอฟฟิลิเอต โดยการนำลิงก์สินค้าของคนอื่นมาโปรโมตผ่านคอนเทนต์ของคุณ เมื่อมีคนกดซื้อผ่านลิงก์นั้นคุณก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าคอมมิชชั่น

ควรแยกบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับร้านค้าออนไลน์ออกจากบัญชีส่วนตัวหรือไม่ เพราะเหตุใด

ควรแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขาย การใช้บัญชีร่วมกันจะทำให้การคำนวณรายรับ รายจ่าย และกำไรที่แท้จริงของร้านค้าทำได้ยากมาก และอาจเกิดการนำเงินหมุนเวียนของร้านไปใช้จ่ายส่วนตัวจนระบบการเงินติดขัด นอกจากนี้ การแยกบัญชียังช่วยให้ง่ายต่อการรวบรวมเอกสารและหลักฐานในการยื่นภาษีเงินได้ประจำปีอีกด้วย

การยิงโฆษณาในเฟซบุ๊กยังจำเป็นอยู่ไหมสำหรับร้านค้าออนไลน์เกิดใหม่

การยิงโฆษณายังคงมีความจำเป็นเนื่องจากปัจจุบันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีการปรับลดการมองเห็นแบบธรรมชาติลงอย่างมาก ร้านค้าเกิดใหม่ที่ยังไม่มีฐานผู้ติดตามจึงยากที่คนจะมองเห็น อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนใหญ่ในช่วงแรก ควรเริ่มต้นด้วยงบประมาณขั้นต่ำเพื่อทดสอบกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบเนื้อหาโฆษณาหลายๆ แบบ เมื่อจับจุดได้ว่าโฆษณาตัวไหนได้ผลตอบรับที่ดีและสร้างยอดขายได้คุ้มทุน จึงค่อยปรับเพิ่มงบประมาณขยายผล

จะจัดการอย่างไรระบบสต็อกสินค้าอย่างไรเมื่อขยายร้านไปขายมากกว่าสองช่องทางขึ้นไป

เมื่อเริ่มต้นขายหลายช่องทาง การเช็กและตัดสต็อกด้วยมือจะเริ่มเกิดความผิดพลาดและทำให้เกิดปัญหาสินค้าหมดแต่ลูกค้ากดสั่งซื้อเข้ามาได้ วิธีแก้ไขคือการเลือกใช้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์หรือระบบจัดการคลังสินค้าอเนกประสงค์เชื่อมต่อทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ระบบนี้จะช่วยตัดสต็อกสินค้าในทุกแพลตฟอร์มโดยอัตโนมัติทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ช่วยลดเวลาการทำงานและป้องกันปัญหาร้านค้าโดนตัดคะแนนจากระบบเนื่องจากไม่มีสินค้าส่ง

เครื่องมือและทักษะใดที่จำเป็นที่สุดที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ต้องฝึกฝน

ทักษะที่สำคัญที่สุดคือทักษะการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการถ่ายภาพขั้นพื้นฐาน เนื่องจากลูกค้าออนไลน์ตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านรูปภาพและวิดีโอ การใช้แอปพลิเคชันแต่งภาพและตัดต่อวิดีโอสำเร็จรูปบนสมาร์ทโฟนให้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ร้านค้าของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับทักษะการเขียนคำโฆษณาเพื่อดึงดูดใจและการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าด้วยความสุภาพและรวดเร็ว

Related Articles